Subscribe to งาน creative จำพวกที่ต้องใช้ความคิดในเชิงสร้างสรรค์ Subscribe to งาน creative จำพวกที่ต้องใช้ความคิดในเชิงสร้างสรรค์'s comments

อาชีพ Creative

จะทำงานเกี่ยวข้องกับงานบันเทิง ด้านวิทยุโทรทัศน์โดยตรง เพราะมีหน้าที่ทำให้รายการต่างๆน่าสนใจ และต้องคอยดูแลรูปแบบและลักษณะการนำเสนอรายการให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมายให้มากที่สุด เนื่องจาก Creative ส่วนใหญ่จะสังกัดอยู่ในสื่อมวลชนแขนงต่างๆทั้งโทรทัศน์ วิทยุ บริษัทโฆษณา บริษัทเพลงและดนตรีต่างๆ สำหรับอนาคตทางการงานของผู้ประกอบอาชีพ Creative ก็ขึ้นอยู่กับความสามารถและความชอบที่แตกต่างของแต่ละคน เมื่อถึงจุดๆหนึ่งที่พร้อมไปด้วยประสบการณ์และกำลังทรัพย์ก็อาจเปิดบริษัทของตัวเอง เพื่อสามารถแสดงไอเดียที่เป็นของตัวเองได้อย่างชัดเจน และมีอิสระทางความคิดอย่างเต็มที่ได้

กระบวนการคิดของสมองซึ่งมีความสามารถในการคิดได้หลากหลายและแปลกใหม่จากเดิม โดยสามารถนำไปประยุกต์ทฤษฎีหรือหลักการได้อย่างรอบคอบและมีความถูกต้องจนนำไปสู่การคิดค้นและสร้างสิ่งประดิษฐ์ที่แปลกใหม่หรือรูปแบบความคิดใหม่ นอกจากลักษณะการคิดสร้างสรรค์ดังกล่าวนี้แล้วยังมีสามารถมองความคิดสร้างสรรค์ในหลายแบบ

ซึ่งอาจจะมองในแง่ที่เป็นกระบวนการคิดมากกว่าเนื้อหาการคิด โดยที่สามารถใช้ลักษณะการคิดสร้างสรรค์ในมิติที่กว้างขึ้น ซึ่งลักษณะการคิดสร้างสรรค์ต่างๆนั้นก็อยู่บนพื้นฐานของความคิดสร้างสรรค์ โดยที่บุคคลสามารถเชื่อมโยงนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ดี

Creative หรือคนที่สร้างสรรค์ผลงานโฆษณา

นอกจากต้องเป็นคนที่คิดสร้างสรรค์แล้วยังต้องประสานงานกับคนหลายฝ่าย ไม่ว่าเจ้าของสินค้าว่าเขาต้องการให้โฆษณาเน้นจุดเด่นของสินค้าตรงไหน มีงบประมาณเท่าไร ฯลฯ เมื่อได้ข้อมูลคร่าวๆแล้วก็นำเข้าที่ประชุมกลุ่ม เพื่อช่วยกันออกแบบชิ้นงานนั้นๆ ถ้าได้คร่าวๆแล้วต้องวาดออกมาให้ดูเป็นช็อตๆว่ามีเนื้อเรื่องอย่างไร จากนั้นเข้าที่ประชุมอีกว่าทุกฝ่ายเห็นชอบหรือไม่

จากนั้นก็วางแผนทำงานให้เป็นไปตามกรอบและงบประมาณโดยช่วงที่ถ่ายทำ-ตัดต่อนั้น ครีเอทีฟต้องติดตามงานด้วยว่าถ่ายทำออกมาได้อย่างที่ออกแบบไว้หรือไม่ เมื่อมีผลงานออกไปแล้ว ควรจะติดตามปฏิกิริยาจากผู้ชมและผลวิจัยพฤติกรรมการซื้อต่างๆ เพื่อประเมินงานของตัวเอง

มีความรู้อยู่มากมายในโลกอินเทอร์เน็ตที่สมควรแก่การแบ่งปัน แลกเปลี่ยน เพื่อให้เกิดคุณประโยชน์สูงสุด ดีกว่าเก็บเอาไว้ไม่มีใครรับรู้ ไม่มีใครเห็น ดังนั้นการนำครีเอทีฟคอมมอนส์มาใช้จึงดูเป็นทางออกที่น่าสนใจและแน่นอนว่าตัวเจ้าของงานก็ยังมีสิทธิ์ในชิ้นงานของตนเช่นเดิม ไม่จำเป็นต้องยกให้เป็นสาธารณะสมบัติหมดเสียทีเดียว เพราะงานสร้างสรรค์ที่ใช้ครีเอทีฟคอมมอนส์ก็มีอยู่อย่างมากมายเช่น ภาพถ่าย, เพลง, บทความ, คลิปวิดีโอ ฯลฯ เป็นการส่งเสริมวัฒนธรรมเสรีหรือ Free Culture ที่ทุกคนแบ่งปันกัน มากกว่าเน้นเชิงพาณิชย์แล้วลงเอยด้วยการที่ต้องนำกฏหมายทรัพย์สินทางปัญญามาบังคับใช้